อยู่ตรงข้ามวัดศรีสะเกษ
เป็นพระอารามหลวงที่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (เมือง หลวงพระบาง)ในปี พ.ศ. 2108 เพื่อประดิษฐาน “พระแก้วมรกต” ที่อัญเชิญจากอาณาจักรล้านนา
มาไว้ประดิษฐานได้ประมาณ 186 ปี
จึงถูกสยามขณะยกทัพมาตีเวียงจันทน์ อัญเชิญไปประดิษฐานที่กรุงเทพฯ
หอพระแก้วมีการบูรณะหลายยุคสมัย
จนครั้งสุดท้ายมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยเจ้าสุวรรณภูมา นายกรัฐมนตรี
ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศวกรรมจากกรุงปารีส จนมีสภาพที่เห็นอย่างปัจจุบัน
ถึงแม้หอพระแก้วจะถูกเปลี่ยนสภาพจากวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงพระพุทธรูปสำริดโบราณโดยรอบ
และภายในยังมีส่วนแสดงของโบราณวัตถุ (ค่าเข้าชม 5,000 K)
เช่น กลองสำริดของราชวงศ์ลาว พระแท่นที่จารึกด้วยภาษาเขมร เป็นต้น
ด้วยความน่าสนใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์และความงดงามของพระอุโบสถเดิม จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างไม่ขาดสาย เที่ยวหลวงพระบาง
| ลูกค้าท่านใดสนใจอยากท่องเที่ยวประจำปี 2557 - 2014 ประเทศลาว เที่ยวลาว ทัวร์ลาว ราคาถูก ปากเซ จำปาสัก เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง เซียงขวาง ทางทีมงานเราทำงานอยู่ในลาวมาหลายปี ทั้งลาวเหนือ ลาวกลาง ลาวใต้ สำหรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะองค์กร โทรหาเราท่านจะได้ราคาพิเศษ ประหยัด ไม่แพงอย่างที่ท่านคิด และได้รับข้อมูลท่องเที่ยวลาวอย่างแท้จริง!! สำหรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะใหญ่ ต้องการ เที่ยวลาว เที่ยวลาวใต้ เที่ยวเวียดนาม เที่ยวสิบสองปันนา เที่ยวพม่า เที่ยวหฃวงพระบาง โทรมาสอบถามราคาพิเศษกับเราได้ หรือ ท่านต้องการศึกษาดูงานต่างประเทศ เราชำนาญ ที่ ทัวร์ลาว เวียดนาม สิบสองปันนา ท่านอยากดูงานเกี่ยวกับหน่วยงานไหนแจ้งทางเรามาได้น่ะครับ เราจะติดต่อประสานงานให้ท่านอย่างดี สนใจรายละเอียดเพิ่ม ติดต่อ คุณไกรเศรษฐ์ ศรีสุวรรณ (บุ๊ค) ผู้จัดการ 083-2743757,084-3343757,044-276133 fax:044-276134 Email : L2Btravel@hotmail.com ใบอนุญาตินำเที่ยวเลขที่ 51-00600 |
วัดศรีสะเกษ เวียงจันทน์ ลาว
เชื่อกันว่าวัดศรีสะเกษเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเวียงจันทน์ (หลวงพระบาง) สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2361 โดย พระเจ้าอนุวงศ์
กษัตริย์สุดท้ายของราชวงศ์ล้านช้าง เวียงจันทน์
ทรงออกแบบวัดตามศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นของไทย หลังจากสร้างวัดเสร็จเกือบ 10 ปี เจ้าอนุวงศ์ได้ก่อกบฏขึ้นทำให้สยามต้องยกทัพมาตี
เวียงจันทน์ ด้วยแบบก่อสร้างคล้ายวัดไทยจึงทำให้รอดพ้นจากการถูกทำล้ายในครั้งนั้น
ด้วยพระอุโบสถ (สิม) เป็นแบบก่ออิฐถือปูน หลังคาเป็นไม้มีลายแกะสลักที่สวยงาม
ภายในประดิษฐานองค์พระประธานเก่าแก่ ผนังเจาะเป็นช่องเล็กๆ
สำหรับใส่พระพุทธรูปเงิน ไม้ ดินเผา มากกว่า 2,000 องค์
และยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่ค่อนข้างเลือนลางตามอายุ ด้านนอกรอบระเบียงกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ปรางค์ประทับนั่งและยืนมากมาย
ด้วยความเก่าแก่ของวัดจึงมีโบราณวัตถุมากมาย(หลวงพระบาง) เช่น แผ่นศิลาจารึก รางหิด (Hang
Hold) รูปพญานาคที่ใช้ในการสรงน้ำพระ พร้อมป้ายคำอธิบายส่วนต่างๆ
ภายในวัดอย่างดี
ประตูชัย (ประตูไชย) เวียงจันทน์
ประตูชัย
(ประตูไชย) เวลาเปิด-ปิด 8.00-16.30 น.
(ด้านบนประตู) ค่าขึ้นชม 5,000 K ค่าจอดรถ 3,000 K
เป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาว(หลวงพระบาง)อีกแห่งหนึ่ง
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2505 ด้วยรูปแบบและที่ตั้งของประตู
หลายคนอาจมองดูคล้ายกับประตูชัย ชองค์ เซริเซส์ ในประเทศฝรั่งเศส
ที่สร้างเพื่อฉลอง ชัยชนะในสงคราม
นโปเลียน แต่ประตูไชยแห่งนี้ สร้างเพื่อฉลองชัยชนะลาวที่มีต่อฝรั่งเศส
จากปูนซีเมนต์ของฝรั่งเศส (บางตำราว่าของอเมริกา)
ที่เตรียมจะใช้ก่อสร้างสนามบินใหม่ แต่ลาวได้รับอิสรภาพเสียก่อน
ชาวต่างชาติบางคนเรียกแบบติดตลกว่า “สนามบินแนวตั้ง” (The Vertical Runway)
ด้วยแบบก่อสร้างเป็นแนวสถาปัตยกรรมลาว แต่ดูคล้ายว่า
ยังสร้างไม่เสร็จ จากเหตุความวุ่นวายของประเทศในช่วงต่อมา
จึงถูกปล่อยไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวลาวรุ่นหลังได้ทราบถึงประวัติศาสตร์ของชาติมาถึงปัจจุบัน (หลวงพระบาง) ชั้นบนสุดของประตู สามารถขึ้นชมทัศนียภาพของเมืองโดยรอบได้
ทางการยังได้จัดที่ขายของที่ระบึกตามบันไดขึ้นทั้ง 2 ด้าน
ด้วยอากาศช่วงกลางวันที่ร้อนและแดดแรง ยามบ่ายหรือเย็นจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
ทั้งยังได้เห็นชาวลาวหลายคนมาพักผ่อนและออกกำลังกาย
และชมการแสดงแงสีเสียงบริเวณน้ำพุที่รัฐบาลจีนมาสร้างไว้ให้ในช่วงเย็นของทุกวันอีกด้วย
วัดธาตุฝุ่น เวียงจันทน์
วัดธาตุฝุ่น
เวลาเปิด-ปิด 8.00-17.00 น.
ถัดจากประตูชัย (เมือง หลวงพระบาง)บนถนนล้านช้างเลี้ยวขวาเข้าถนนดงพระลาน จะพบซุ้มประตูวัดที่สวยงาม
วัดธาตุฝุ่นอาจไม่มีความสนใจในแง่ของประวัติศาสตร์
เนื่องจากเป็นวัดที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2538
ด้วยเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาชาวฝรั่งเศส ชื่อ นาย
ปาสคาล โกเยอร์ มูลค่าสูงถึง 950,000 U$ ด้วยต้องการรักษาเอกลักษณ์ของวัดโดยใช้เครื่องมือและวัสดุก่อสร้างใหม่
แต่คงแบบสอบสถาปัตยกรรมลาวแท้ มีการก่อสร้างอุโบสถ (คนลาวเรียก “สิม”) ที่ใหญ่โต
ตามซุ้มประตู หน้าต่าง มีลายแกะสลักปูนปั้นเรื่องราวพุทธประวัติตามความเชื่อของลาวที่วิจิตรสวยงาม
ด้านหลังยังมีพระธาตุเก่าแก่ที่เชื่อว่าเป็น พระธาตุของพระอรหันต์ (เมืองหลวงพระบาง)
พระธาตุหลวง (พระทาดหลวง) เวียงจันทน์
พระธาตุหลวง
(พระทาดหลวง) เวลาเปิด-ปิด 8-12.00, 13-16.00 น. ค่าเข้าชม 5,000 K
เปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คของเมืองและสัญลักษณ์ของประเทศ
นักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติใดศาสนาใดแล้ว ถ้าเดินทางมาเวียงจันทน์ พลาดไม่ได้กับการเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์คู่บ้านเมืองที่เป็นมหาบูชาสถานที่ชาวลาวจากทั่วประเทศและทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะได้มากราบไหว้บูชาสักครั้งหนึ่งในชีวิต
เมื่อเร็วๆ นี้มีรายการสารคดีแนวสะท้อนชีวิตของเมืองไทย ออกอากาศตอน
“ศรัทธาแห่งชีวิต” ที่ถ่ายทอดความรู้สึกถึงความยึดมั่นในพุทธศาสนาอย่างเหนี่ยวแน่นและประเพณีอันดีงาม
ในงานบุญธาตุหลวง (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม
พระธาตุ หลวงพระบาง มีชื่อเต็มว่า
“พระโลกาจุฬามณี” ตามตำนานเล่าว่า คณะผู้เผยแผ่ศาสนาพุทธของพระเจ้าอโศกราช
จากอินเดีย เดินทางมาถึงดินแดนแห่งนี้ เมื่อประมาณ 200 กว่าปี หลังพระพุทธเจ้าเสด็จสวรรคต
โดยสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสาริกธาตุ ส่วนหน้าอกไว้ให้ชาวเมืองสักการบูชา
จากหลักฐานของเวลาก่อสร้างครั้งแรกในสมัยเขมรไม่แน่ชัดระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-13
ด้วยดารสร้างเป็นเจดีย์ตามแบบขอม ภายหลัง พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงย้ายราชธานีมาที่เวียงจันทน์
จึงสั่งให้รื้อของเดิมออกและสร้างตามแบบศิลปะลาว ล้านช้างในปี พ.ศ. 2109
ใช้เวลาก่อสร้าง
4 ปี จึงแล้วเสร็จ ในสมัยเจ้าอนุวงศ์
ทรงสร้างส่วนกำแพงและระเบียงคตเพิ่มเติม ด้วยกาลเวลาและผ่านการทำลายจากสงคราม
โดยถูกทิ้งร้างมานานจนสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส พ.ศ. 2427-2478
ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ตามแบบเดิมจากภาพวาดของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่เคยเดินทางมาพบ
เมื่อ 60 ปีที่แล้ว(หลวงพระบาง) เมื่อแรกเห็นจากประตูทางเข้าองค์พระธาตุเป็นเจดีย์สีทองเหลืองอร่าม
ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
เพื่อระลึกถึงผู้สถาปนากรุงเวียนจันทน์และสร้างพระธาตุหลวงแก่ชาวลาวแห่งนี้
องค์พระธาตุมีลักษณะคล้ายปิรามิด มีความสูง 45 เมตร ประกอบด้วยฐาน ความกว้าง 68 x
69 เมตร ประดับด้วยปูนปั้นรูปกลีบดอกบัว 120
กลีบกับเสมา 288 ใบฐานส่วนบนสุดกว้าง 30 x 30 เมตร ประดิษฐานองค์เจดีย์บริวาร 30 องค์ เปรียบเสมือนพระอรหันต์ที่จุติขึ้นมาบนโลก ทั้ง 4 ด้านขององค์พระธาตุยังมีระเบียงคต
(คนลาวเรียก “หอไหว้”) สำหรับมากราบไหว้สวดมนต์ นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของพระธาตุ
ยังมีวัดใหญ่ 2 วัด คือ
วัดธาตุใต้ และวัดธาตุเหนือ
ที่ใช้เป็นที่ประทับพระสังฆราชของลาวอีกด้วย ลานกว้างด้านหน้าถัดไปไม่ไกล
เป็นสภาแห่งชาติและอนุสาวรีย์ ทหารนิรนามเป็นเจดีย์สีขาวตั้งตระหง่านอยู่
โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ร้านถ่ายรูป ในลาว
โทรศัพท์
อินเตอร์เน็ต ร้านถ่ายรูป หลวงพระบาง
ในการติดต่อกันทางโทรศัพท์ที่สะดวกที่สุดคือ
โทรศัพท์มือถือ ซึ่งลาวเป็นประเทศที่มีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง
สำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือทุกระบบในประเทศไทยสามารถขอเปิดบริการข้ามแดน (Roming)
และนำเครื่องไปใช้ที่ลาวได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
แต่ต้องเสียค่าบริการ ทั้งค่ารับสายประมาณ 15-30 บาท/นาที และโทรออกประมาณ 25-50
บาท/นาที โดยสามารถเช็คได้ จากคอลล์เซ็นเตอร์ของแต่ละผู้ให้บริการ
ถือว่าแพงพอสมควร ถ้าจำเป็นต้องใช้หรือเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง
จากปัจจุบันมีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินในลาวถึง 4 บริษัท
ซึ่งไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับประชากรเพียง 6 ล้านคนเศษ
มีการจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์ดังนี้ M Phone ค่าซิม 50,000 K (204 บาท) ได้ค่าโทร 25,000 K (102 บาท), ETL ค่าซิม 50,000 K
ได้ค่าโทร 30,000 K (122 บาท), Tigo ค่าซิม
20,000 K (82 บาท) ได้ค่าโทร 10,000 K (41
บาท) และ Star Phone ค่าซิม 50,000 K ได้ค่าโทร
50,000 K (ราคาต้นปี 52 และไล่ลำดับจากจำนวนสถานีเครือข่าย)
ด้วยการแข่งขันของผู้ให้บริการ จึงทำให้ค่าโทรในประเทศไม่แพงนัก เฉลี่ย 700-800 K
(3 บาท)/นาที ค่าโทรกลับเมืองไทย 1,999 K (8
บาท)/นาที หรือแล้วแต่โปรโมชั่น บัตรเติมเงินมีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป
รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศลาว คือ +856
ส่วนอินเตอร์เน็ตก็มีบริการตามเมืองใหญ่ หลวงพระบาง แต่ค่อนข้างช้า ราคาประมาณ 6,000-10,000 K
(25-10 บาท)/ชั่วโมง
ตามร้านถ่ายรูปและร้านอินเตอร์เน็ตบางแห่งยังมีบริการเบิร์นรูปภาพลงแผ่นซีดีแลดีวีดี
ราคา ประมาณ 50-100 บาท (รวมแผ่น) ราคานี้อาจแตกต่างกันตามพื้นที่
ภาษาลาว หลวงพระบาง
ภาษาลาว ที่ หลวงพระบาง ส่วนใหญ่เป็นภาษาแบบตรงไปตรงมา
บางครั้งฟังดูแล้วสร้างความน่ารักตลกขบขัน
ซึ่งส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายกับภาษาท้องถิ่นอีสานของไทย ด้วยอัตราประชากรลาวกว่า
90% รับชมรายการโทรทัศน์ไทย จนเป็นชีวิตประจำวัน
(ทีวีลาวมี 2 ช่อง คือ สถานีโทรทัศน์แห่งชาติลาวและสถานีลาวสตาร์แชลแนล)
ทั้งการดูรายการละครไทยยอดฮิต รายการเพลงไทย สารคดีไทย
จนถึงข่าวสารบ้านเมืองของไทย ทำให้สามารถเข้าใจทั้งภาษาพูดและเขียนของไทย
ได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ถึงแม้จะไม่เคยเรียนภาษาไทยมาก่อนก็ตาม
ทำให้เข้าใจคนไทยในสถานการณ์ๆ ได้เป็นอย่างดี
อาจไม่จำเป็นที่ต้องทำการบ้านก่อนเหมือนอย่างประเทศอื่นๆ
จึงขอแนะนำภาษาลาวที่จำเป็นและแตกต่างกับไทยไว้เล็กน้อย
สวัสดี
สบายดี ฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา เบื้อซ้าย-เบื้องขวา
ลาก่อน โชคดี ตรง-เลี้ยว ชื่อ-เอี้ยว
เธอ/ฉัน เจ้า/ข่อย ไฟแดง ไฟอำนาจ
นาย/นาง/นางสาว ท้าว/แม่/ลาว ไฟเหลือง ไฟลังเล,
ไฟเกียม
พี่ชาย/พี่สาว อ้าย/เอื้อย ไฟเขียว ไฟอิสระ
ครับ/ค่ะ จ้าว/เด้อ/โด๊ย ถนนลาดยาง ทางปูยาง
ตอนเช้า/ตอนเย็น ยามเช้า/ยามแลง ถนนลูกรัง ทางแดง
วันนี้/พรุ่งนี้ มื้อนี้/มื้ออื่น นานไหม โดนบ่
ข้าวต้ม/ขนมปัง ข้าวเปียก/ข้าวจี่ ติดต่อ พัวพัน
แก้ว จอก ถึง/เลย ฮอด/กาย
ขวด แก้ว กลับบ้าน เมี๊ยบ้าน
หลอดดูด ท่อดูด ทำงาน เฮ้ดเวียด
น้ำแข็ง น้ำก้อน เดิน ย่าง
เนื้อหมู/เนื้อวัว ชิ้นหมู/ชิ้นงัว หล่อ/สวย เจ้าชู้
เนื้อกระทะ ชิ้นดาด รถยนต์ รถใหญ่
น้ำมันเบนซิน แฮ็ดชัง มอเตอร์ไซด์ รถจักร
ภาษาลาวในชีวิตประจำวัน
(ต่อ)
น้ำมันดีเซล กาซวน จักรยาน รถถีบ
สนามบิน เดิ่นบิน ตั๋ว ปี้
ทองคำ (99%) คำ ทองเหลือง ทอง
ของหรือสัมภาระ เครื่อง สำนักงาน ห้องการ
โรค/โรงพยาบาล พยาธิ/โรงหมอ ที่สูง/ภูเขา พูเพียง/พูดอย
**ด้วยพยัญชนะและวรรณยุกต์ของลาวกับไทยมีความแตกต่างกัน
เพื่อการสื่อสารกับคนลาว จึงขอเน้นภาษาพูดตามตัวสะกดแบบไทยเป็นหลัก ซึ่งบางคำอาจไม่ตรงกับภาษาเขียนของลาว**
ท่องเที่ยว ค่าใช้จ่าย ภาษา ประเทศลาว
ท่องเที่ยว
ค่าใช้จ่าย ภาษา
ข้อมูลพื้นเบื้องต้น สำหรับ ท่านที่จะไปเที่ยว หลวงพระบาง ลาว
ลาวถือว่าเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพไม่สูงนัก
สำหรับนักท่องเที่ยว ถึงจะมีการปรับราคา
ค่าโดยสาร ค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหาร และต่างๆ ในประเทศ
จากปัจจัยราคาน้ำมันเป็นหลัก แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วก็ไม่แตกต่างจากไทยมากนัก ส่วนค่าเข้าชมสถานที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเสียในอัตราสูงกว่าคนท้องถิ่น
ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาในทุกประเทศอยู่แล้ว
ถือว่าเป็นค่าบำรุงรักษาและพัฒนาสถานที่ให้คงอยู่ เที่ยวหลวงพระบาง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


