แพคเกจทัวร์


ลูกค้าท่านใดสนใจอยากท่องเที่ยวประจำปี 2557 - 2014 ประเทศลาว เที่ยวลาว ทัวร์ลาว ราคาถูก ปากเซ จำปาสัก เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง เซียงขวาง ทางทีมงานเราทำงานอยู่ในลาวมาหลายปี ทั้งลาวเหนือ ลาวกลาง ลาวใต้ สำหรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะองค์กร โทรหาเราท่านจะได้ราคาพิเศษ ประหยัด ไม่แพงอย่างที่ท่านคิด และได้รับข้อมูลท่องเที่ยวลาวอย่างแท้จริง!!
สำหรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะใหญ่ ต้องการ เที่ยวลาว เที่ยวลาวใต้ เที่ยวเวียดนาม เที่ยวสิบสองปันนา เที่ยวพม่า เที่ยวหฃวงพระบาง โทรมาสอบถามราคาพิเศษกับเราได้ หรือ ท่านต้องการศึกษาดูงานต่างประเทศ เราชำนาญ ที่ ทัวร์ลาว เวียดนาม สิบสองปันนา ท่านอยากดูงานเกี่ยวกับหน่วยงานไหนแจ้งทางเรามาได้น่ะครับ เราจะติดต่อประสานงานให้ท่านอย่างดี

สนใจรายละเอียดเพิ่ม ติดต่อ คุณไกรเศรษฐ์ ศรีสุวรรณ (บุ๊ค) ผู้จัดการ

083-2743757,084-3343757,044-276133 fax:044-276134


เที่ยวลาวใต้ราคาถูก ทัวร์ปากเซ ปราสาทหินวัดพู น้ำตกคอนพะเพ็งจำปาสัก ตาดผาส้วม ตาดเยือง5วัน4คืน จากกรุงเทพ ราคาถูก LAO 001

วันที่ 1 กรุงเทพ-อุบล

20.00 น. รับคณะที่จุดนัดหมาย คณะพร้อมเดินทางออกสู่ตัวเมืองอุบลราชธานี


วันที่ 2 : อุบลฯ-สิรินธร-ช่องเม็ก-ปากเซ-จำปาสัก-ปราสาทหินวัดภู

07.30 น. รัปประทานอาหารเช้า (มื้อที่1)
09.00 น. ถึงด่าน ต.ม ช่องเม็ก ตรวจเอกสารก่อนข้ามสู้ สปป.ลาว และเดินชมสินค้าที่ดิวตี้ฟรีก่อนเดินทางสู่เมืองปากเซ ผ่านบ้านเรือนชนบทวิถีชีวิตชาวลาว 2 ข้างทาง ชมทัศนียภาพแม่น้ำโขงและสะพานลาว-ญี่ปุ่น  ออกเดินทาง สู่เมืองปากเซ (ระยะทาง 45 กม.) เมืองท่าเศรษฐกิจที่สำคัญของลาวตอนใต้ ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น ตรงเข้าสู่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก พาทุกท่านสู่ เมือง บาเจียง เจริญสุข เมืองเดียวของลาวที่มีนามสุกลต่อท้าย พร้อมฟังเรื่องราว รักสามเศร้า ของท้าวบาเจียง นางมะโรง และท้าวจำปาสัก เป็นที่มาของที่ต่างๆในลาว
11.00 น. เช็คอินโรงแรมที่พัก ให้คณะอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัว หลังจากเดินทางมาตลอดทั้งคืน
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่2) ในตัวเมืองปากเซ
13.00 น. เดินทางสู่ ปราสาทหินวัดพู หรือปราสาทหินวัดพู เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่สำคัญที่สุดในจำปาสัก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่บนเนินเขาพูป่าสัก หรือ พูควย ห่างจากตัวเมืองไป 9 กิโลเมตร เป็นเทวสถานของขอมคล้ายกับเขาพระวิหาร สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12 สมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน เพื่อใช้เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้าและประกอบพิธีทางศาสนาตามลัทธิพราหมณ์ ฮินดู ต่อมาลาวได้รับพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศเทวสถานแห่งนี้จึงเปลี่ยนเป็นวัดพุทธศาสนานิกายเถรวาท
17.30 น. กลับถึงปากเซ ชมทิวทัศยามเย็นในตัวเมืองและริมแม่น้ำโขง รับประทานอาหาร (มื้อที่3) จากนั้นส่งคณะเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ในวันแรก ....ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 3 : ปากเซ-หลี่ผี-คอนพะเพ็ง

07.00 น. อรุณสวัสดิ์....รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่4) และออกเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 13 สายใต้ ระยะทางประมาณ 148 กิโลเมตร นำท่านลงเรือหางยาว ล่องมหานทีสี่พันดอนลัดเลาะไป ตามเกาะแก่งต่างๆ สู่น้ำตกหลี่ผี เรือจอดเทียบท่าที่เกาะดอนเหลด ขึ้นรถ 5 แถว ท่านจะได้ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากนั้นชมความยิ่งใหญ่ของแก่งหินที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน น้ำตกหลี่ผีหรือน้ำตกสมพะมิด เชิญท่านเก็บภาพประทับใจ จากนั้นเดินทางกลับตามเส้นทางเดิม
12.00 น. รับประทานอาหาร (มื้อที่5) ที่อาหารที่หลี่ผี
14.00 น. เดินทางถึง น้ำตกคอนพะเพ็ง ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ จนได้สมญานามว่า ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ซึ่งเกิดจากการลดระดับของชั้นหินและกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากกลางน้ำโขง ที่มีเพียงจุดเดียวของแม่น้ำสายนี้ที่เรือชนิดใดก็ไม่สามารถผ่านไปได้เจ้า มหาชีวิตสุริยวงสา เคยตรัสไว้ว่า แก่งหลี่ผี คอนพะเพ็ง เปรียบเสมือนกำแพงเมืองต่อต้านข้าศึก
17.30 น. กลับถึงปากเซ และรับประทานอาหารเย็น (มื้อที่6) ก่อนกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ....ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 4 : ปากเซ-ตาดเยือง-ตาดฟาน-ตาดผาส้วม

07.00 น. อรุณสวัสดิ์....รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่7) และออกเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 16 สู่ที่ราบสูงเมืองปากซอง ไปยัง น้ำตกตาดเยือง ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และเดินทางต่อไปยัง น้ำตกตาดฟาน ชมความงามของน้ำตกคู่แฝดที่ไหลมาจาก ภูเขาเทวดา2 แห่งตกมารวมกันในแอ่ง น้ำตกสูงถึง 120 เมตร จากนั้นนำคณะเยี่ยมชมโรงเรียนประถมและมัธยม บ้านหลัก21ของลาวซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางไปเมืองปากซ่อง
11.00 น. เดินทางถึง อุทยาน น้ำตกตาดผาส้วม เมืองบาเจียง ต้นตำนานวรรณกรรมรักอมตะ นางมะโรง ท้าวบาเจียง โศกนาฏกรรมรักสามเส้าของสาวลาวลุ่ม หนุ่มลาวเทิง และเศรษฐีจำปาสัก อันเป็นที่มาของชื่อ ภูบาเจียง ภูมะโรง ภูสาเหล้า ตาดผาส้วม นอกจากนี้นำพาคณะชมวิถีชีวิตหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกรวบรวมเพื่อเป็น สื่อถ่ายทอดและต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
12.00 น. รับประทานอาหาร (มื้อที่8)
13.30 น. นำคณะเข้าสู่ ตลาดดาวเรือง ตลาดใหญ่ที่สุดในเมืองปากเซ ช๊อปปิ้งสินค้าหลากหลาย อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายลาว เครื่องเงิน สินค้าอินโดจีน บัวหิมะ
15.30 น. กลับถึงด่านช่องเม็ก ช๊อปปิ้งสินค้า ดิวตี้ฟรี ในขณะผ่านขั้นตอนตรวจเอกสารผ่านด่าน ตม.ลาว-ไทย กลับถึงฝั่งไทย นำคณะเดินทางกลับ กทม.

วันที่ 5 อุบล-กรุงเทพ

05.00 น. เดินทางถึง กทม. โดยสวัสดิภาพ ส่งคณะด้วยความสุขของการเที่ยวลาวใต้....โชคดีทุกท่าน

อัตราค่าบริการต่อท่าน
 
จำนวน/ราคา
4-5 ท่าน
6-7 ท่าน
8-10 ท่าน
30-40 ท่าน
41-52 ท่าน
8400 บาท
7400 บาท
5900 บาท
5300 บาท
4900 บาท
8700 บาท
7500 บาท
6200 บาท
5600 บาท
5200 บาท
9100 บาท
7900 บาท
6600 บาท
6000 บาท
5600 บาท

อัตรานี้รวม
- ค่ารถตู้/บัสปรับอากาศตลอดการเดินทาง
- ค่าที่พัก (โรงแรมในประเทศลาว2 คืนพัก 2 ท่าน/ห้อง)
- ค่าอาหารทุกมื้อ ( 8 มื้อ)
- น้ำดื่มและอาหารว่างระหว่างเดินทาง
- ค่าธรรมเนียมสถานที่ต่าง ๆ รวมค่าผ่านแดนไปลาว
- ค่าเรือข้ามลำน้ำโขง,มหานทีสีทันดร
- ค่าประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ท่านละ 1,000,000 บาท
- มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง (ลาว )

อัตรานี้ไม่รวม
-ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์
-ค่ารายการอาหารนอกเมนู เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
-ค่าทิปคนขับรถและไกด์



แพคเกจทัวร์หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน รับสนามบินหลวงพระบาง


โปรแกรมทัวร์หลวงพระบาง เครื่องบิน เริ่มจาก สนามบินหลวงพระบาง เดินทางตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป โดยทีมงาน L2BTRAVEL จะรอรับท่านที่สนามบินโดยตรงเลย การมาเที่ยวกับเราสะดวกสบาย มีบริการรถตู้รับส่งตลอดการเดินทางเที่ยวในหลวงพระบาง พร้อมทั้งไกด์หลวงพระบาง รอบริการท่านด้วยความเต็มใจ มากับเราประทับใจแน่นอน (แพคเกจนี้ทางเราไม่รวมตั๋วเครื่องบิน )
เดินทางโดยรถตู้ Toyota commuter ตลอดรายการ  LAO 010

แพคเกจทัวร์หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน รับสนามบินหลวงพระบาง

วันที่หนึ่ง  สนามบินหลวงพระบาง - พระราชวังเก่า - พระธาตุพูสี

13.40 น. เดินทางถึงสนามบินเมือง หลวงพระบาง ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้วเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบางเดินทางสู่ พระราชวังหลวงพระบาง เป็นวังที่ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ทรงประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2518 พระราชวังก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็น พิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วย หอฟังธรรม ห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิตและพระมเหสี ห้องท้องพระโรง ทางด้านหลังก็เป็นพระตำหนักซึ่งมีเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ จัดเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบง่าย และนำท่านนมัสการหอพระบาง ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง เป็นพระพุทธรูปประทับยืน ปรางค์ห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปศิลปะขอมสมัยหลังบายน น้ำหนัก 54 กก. ประกอบด้วยทองคำ 90% และยังมีพระพุทธรูปนาคปรกสลักศิลาศิลปะขอมอีก 4 องค์ประดิษฐานอยู่ จากนั้นตรงข้ามพระราชวังนำท่านเดินขึ้นบันได 328 ขั้นสู่ พระธาตุพูสี สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นดอกจำปา ภูษีนี้ หมายถึง ภูศรีคือเป็นศรีของเมืองหลวงพระบางนั่นเอง ตั้งโดดเด่นกลางใจเมืองมีจุดชมวิวก่อนถึงยอดพระธาตุ มองเห็นวัด บ้านเรือน ทอดยาวขนานกับแม่น้ำโขงจรดปากแม่น้ำคาน ยอดสูงสุดของภูษี อยู่บนพื้นที่ราบแคบๆ ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร จะสวยมากในยามบ่ายแก่ๆ แบบนี้แสงแดแจะส่ององค์พระธาตุเป็นสีทองสุกปลั่ง มีทางเดินรอบองค์พระธาตุ สามารถชมทิวทัศน์ตัวเมืองหลวงพระบางได้เกือบรอยเลยทีเดียว ให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์ทิ้งดวงยอมเย็นที่นี่เพื่อเก็บไว้เป็นภาพประทับใจ

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น พร้อมนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักในหลวงพระบาง

วันที่สอง    ถ้ำติ่ง บ้านซ่างไห น้ำตกตาดกวงชี บ้านผานม ตลาดมืด

07.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
08.00 น.เดินทางไปยัง ท่าเรือหน้า วัดเชียงทอง เพื่อลงเรือเดินทางชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขง ถ้ำติ่ง  ซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขงมีอยู่ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำล่างและถ้ำบน ถ้ำติ่งลุ่ม หรือ ถ้ำล่างสูง 60 เมตรจากพื้นน้ำ มีลักษณะเป็นโพรงน้ำตื้นๆ มีหินงอกหินย้อย มีพระพุทธรูปไม้จำนวนนับ 2,500 องค์ ส่วนใหญ่จะเป็นพระยืน มีทั้งปางประทานพร และปางห้ามญาติ ถ้ำติ่งบน จะไปทางแยกซ้ายเดินขึ้นบันไดไป 218 ขั้น ปากถ้ำไม่ลึกมากมีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำแต่ไม่มากเท่าถ้ำล่าง สมัยโบราณเป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณ ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ต่อมาพระเจ้าโพธิสารทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนาเป็นผู้นำพระพุทธรูปเข้ามา และจึงทรงใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา แล้วล่องเรือกลับ ก่อนถึงตัวเมืองหลวงพระบางแวะ บ้านช่างไห ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโท และต้มเหล้าขาว จำหน่ายและยังเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวก ผ้าทอลวดลายสวยงามมากมาย เครื่องเงิน วางจำหน่ายอย่างเป็นระเบียบ ชมความร่วมมือของชาวบ้านที่ได้จัดแต่งลานบ้าน อย่างสวยงามเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว ได้เวลาพอสมควรลงเรือเดินทางกลับสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
13.00 น. นำเดินทางผ่านหมู่บ้านชนบท ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านสู่ น้ำตกตาดกวางสี ห่างจากหลวงพระบาง 30 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ตกลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงามแต่ละชั้นเกิดจากการผสมของหินปูนสูงราว 70 เมตร มี 2 ชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆ น้ำตก จากนั้นนำท่านเดินทางกลับหลวงพระบาง โดยแวะช้อปปิ้งผ้าพื้นเมืองที่ บ้านผานม เป็นหมู่บ้านชาวไทลื้อ มีฝีมือในการทอผ้าอย่างสวยงาม อดีตเป็นแหล่งทอผ้าถวายแด่เจ้ามหาชีวิต ปัจจุบันผ้าทอจากบ้านผานมนี้มีชื่อเสียงมาก และมีการรวมกลุ่มตั้งเป็นศูนย์หัตถกรรมแสดงสินค้า และยังมีการสาธิตให้ท่านชมด้วย จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

หลัง อาหารท่านสามารถเดินเที่ยวชม ถนนข้าวเหนียว ของหลวงพระบาง หรือ ตลาดมืด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองไว้เป็นของฝากหรือเป็นที่ระลึก *** อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ***

วันที่สาม วัดเชียงทอง วัดวิชุนราช วัดใหม่สุวรรณภูมาราม สนามบินหลวงพระบาง

05.00 น. ตื่นเช้าซักหน่อยร่วม ทำบุญ-ตักบาตร กับชาวหลวงพระบาง ทุกๆเช้าชาวหลวงพระบางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ที่เดินเรียง แถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูป ซึ่งเป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวาของหลวงพระบางโดยสะท้อนถึงวิถีชีวิตของ สังคมอันสงบสุข และความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมของชาว ล้านช้าง (เป็นการตักบาตรข้าวเหนียว และ อาหารแห้ง)
07.00 น.รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
08.00 น.นำท่านเที่ยวชม วัดเชียงทอง เป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปเวียงจันทน์ และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของลาว บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองหลวงพระบาง ใกล้บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง มีพระอุโบสถ หรือภาษาลาวเรียกว่า สิมเป็นหลังไม่ใหญ่โตนัก หลังคาพระอุโบสถแอ่นโค้งและลาดต่ำลงมาก ซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น เป็นศิลปะแบบหลวงพระบาง ส่วนกลางมี ช่อฟ้า ประกอบด้วย 17 ช่อ ซึ่งเป็นที่สังเกตุกันว่า เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์สร้างขึ้นจึงมี 17 ขั้น ส่วนสามัญจะสร้างกันแค่ 1-7 ช่อ เชื่อกันว่าจะเก็บของมีค่าไว้ในนั้นด้วย ส่วนหน้าบัน หรือภาษาลาวว่า โหง่เป็นรูปเศียรนาค ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบสง่าสะอาดมีการวางผังออกแบบและบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยมจากนั้นนำท่านเข้าชม วัดวิชุนราช สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ.2046 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ มีเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ทำให้ชาวลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโม เป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย เจดีย์นี้อาจดูทรุดโทรมมากแม้จะมีการปฏิสังขรณ์มา 2 ครั้งแล้วในปี พ.ศ.2402 ในสมัยพระเจ้าสักกรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน จากนั้นนำท่านไปนมัสการ วัดใหม่สุวันพูมา ซึ่งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ติดกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยพระเจ้าอนุรุท ในปี พ.ศ.2337 หรือชื่อสั้นๆว่า วัดใหม่ วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสัฆราชบุญทัน นับเป็นสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว มีอุโบสถที่สวยงามด้วยศิลปะแบบ อูบมุง และปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม
12.00 รับ ประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารหลังอาหารนำท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองนานาชนิดเพื่อเป็นของ ฝากก่อนเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ที่ตลาดม้ง ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินหลวงพระบาง
13.00 น. นำคณะส่งท่านที่สนามบินหลวงพระบาง อำลาเมืองมรดกโลก โดยสวัสดิภาพ

อัตราค่าบริการต่อท่าน
 
จำนวน
2-3 ท่าน
4-5 ท่าน
6-7 ท่าน
8-9 ท่าน
พักโรงแรม 2 ดาว
8200 บาท
6500 บาท
5500 บาท
4900 บาท
พักโรงแรม 3 ดาว
9000 บาท
7200 บาท
6300 บาท
5500 บาท
พักโรงแรม 4 ดาว
11000 บาท
8500 บาท
7900 บาท
7500 บาท

อัตราค่าบริการนี้รวม
 -ค่ารถตู้ Toyota commuter รุ่นใหม่ล่าสุด ตลอดรายการนำเที่ยว
 -ค่าห้องพัก 2 คืน (พักห้องล่ะ 2 ท่าน)
 -ค่าอาหาร 6 มื้อ ตามที่ระบุในรายการ
 -ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆๆตามที่ระบุในรายการเที่ยว
 -ค่าล่องเรือแม่น้ำโขง
 -ค่าไกด์ลาว
 -ค่าประกันอุบัติเหตุ ตามกรมธรรม์ 1,000,000 บาท

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
 -ค่าตั๋วเครื่องบิน
 -ค่าทริปไกด์และคนขับรถ
 -ค่าซักรีด อื่นๆๆนอกเหนือรายการทัวร์

 -ค่ามินิบาร์ต่างๆๆที่เกิดขึ้นภายในห้องพัก

หอพระแก้ว (หํพะแก้ว) เวียงจันทน์ ลาว


หอพระแก้ว (หํพะแก้ว) เวลาเปิด-ปิด 8.00-12.00, 13-16.00 น. ค่าเข้าชม 5,000 K

                      อยู่ตรงข้ามวัดศรีสะเกษ เป็นพระอารามหลวงที่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (เมือง หลวงพระบาง)ในปี พ.ศ. 2108 เพื่อประดิษฐาน “พระแก้วมรกต” ที่อัญเชิญจากอาณาจักรล้านนา มาไว้ประดิษฐานได้ประมาณ 186 ปี จึงถูกสยามขณะยกทัพมาตีเวียงจันทน์ อัญเชิญไปประดิษฐานที่กรุงเทพฯ หอพระแก้วมีการบูรณะหลายยุคสมัย จนครั้งสุดท้ายมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยเจ้าสุวรรณภูมา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศวกรรมจากกรุงปารีส จนมีสภาพที่เห็นอย่างปัจจุบัน ถึงแม้หอพระแก้วจะถูกเปลี่ยนสภาพจากวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงพระพุทธรูปสำริดโบราณโดยรอบ และภายในยังมีส่วนแสดงของโบราณวัตถุ (ค่าเข้าชม 5,000 K) เช่น กลองสำริดของราชวงศ์ลาว พระแท่นที่จารึกด้วยภาษาเขมร เป็นต้น ด้วยความน่าสนใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์และความงดงามของพระอุโบสถเดิม จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างไม่ขาดสาย  เที่ยวหลวงพระบาง 


วัดศรีสะเกษ เวียงจันทน์ ลาว


วัดศรีสะเกษ (วัดสีสะเกด) เวลาเปิด-ปิด 8-12.00, 13-16.00 . ค่าเข้าชม 5,000 K
                เชื่อกันว่าวัดศรีสะเกษเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเวียงจันทน์ (หลวงพระบาง) สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2361 โดย พระเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์สุดท้ายของราชวงศ์ล้านช้าง เวียงจันทน์ ทรงออกแบบวัดตามศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นของไทย หลังจากสร้างวัดเสร็จเกือบ 10 ปี เจ้าอนุวงศ์ได้ก่อกบฏขึ้นทำให้สยามต้องยกทัพมาตี เวียงจันทน์ ด้วยแบบก่อสร้างคล้ายวัดไทยจึงทำให้รอดพ้นจากการถูกทำล้ายในครั้งนั้น ด้วยพระอุโบสถ (สิม) เป็นแบบก่ออิฐถือปูน หลังคาเป็นไม้มีลายแกะสลักที่สวยงาม ภายในประดิษฐานองค์พระประธานเก่าแก่ ผนังเจาะเป็นช่องเล็กๆ สำหรับใส่พระพุทธรูปเงิน ไม้ ดินเผา มากกว่า 2,000 องค์ และยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่ค่อนข้างเลือนลางตามอายุ ด้านนอกรอบระเบียงกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ปรางค์ประทับนั่งและยืนมากมาย ด้วยความเก่าแก่ของวัดจึงมีโบราณวัตถุมากมาย(หลวงพระบาง) เช่น แผ่นศิลาจารึก รางหิด (Hang Hold) รูปพญานาคที่ใช้ในการสรงน้ำพระ พร้อมป้ายคำอธิบายส่วนต่างๆ ภายในวัดอย่างดี 

ประตูชัย (ประตูไชย) เวียงจันทน์

ประตูชัย (ประตูไชย) เวลาเปิด-ปิด 8.00-16.30 น. (ด้านบนประตู) ค่าขึ้นชม 5,000 K ค่าจอดรถ 3,000 K

                      เป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาว(หลวงพระบาง)อีกแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2505 ด้วยรูปแบบและที่ตั้งของประตู หลายคนอาจมองดูคล้ายกับประตูชัย ชองค์ เซริเซส์ ในประเทศฝรั่งเศส ที่สร้างเพื่อฉลอง    ชัยชนะในสงคราม นโปเลียน แต่ประตูไชยแห่งนี้ สร้างเพื่อฉลองชัยชนะลาวที่มีต่อฝรั่งเศส จากปูนซีเมนต์ของฝรั่งเศส (บางตำราว่าของอเมริกา) ที่เตรียมจะใช้ก่อสร้างสนามบินใหม่ แต่ลาวได้รับอิสรภาพเสียก่อน ชาวต่างชาติบางคนเรียกแบบติดตลกว่า “สนามบินแนวตั้ง” (The Vertical Runway) ด้วยแบบก่อสร้างเป็นแนวสถาปัตยกรรมลาว แต่ดูคล้ายว่า ยังสร้างไม่เสร็จ จากเหตุความวุ่นวายของประเทศในช่วงต่อมา จึงถูกปล่อยไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวลาวรุ่นหลังได้ทราบถึงประวัติศาสตร์ของชาติมาถึงปัจจุบัน (หลวงพระบาง) ชั้นบนสุดของประตู สามารถขึ้นชมทัศนียภาพของเมืองโดยรอบได้ ทางการยังได้จัดที่ขายของที่ระบึกตามบันไดขึ้นทั้ง 2 ด้าน ด้วยอากาศช่วงกลางวันที่ร้อนและแดดแรง ยามบ่ายหรือเย็นจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด ทั้งยังได้เห็นชาวลาวหลายคนมาพักผ่อนและออกกำลังกาย และชมการแสดงแงสีเสียงบริเวณน้ำพุที่รัฐบาลจีนมาสร้างไว้ให้ในช่วงเย็นของทุกวันอีกด้วย       

วัดธาตุฝุ่น เวียงจันทน์

วัดธาตุฝุ่น เวลาเปิด-ปิด 8.00-17.00 น.

                      ถัดจากประตูชัย (เมือง หลวงพระบาง)บนถนนล้านช้างเลี้ยวขวาเข้าถนนดงพระลาน จะพบซุ้มประตูวัดที่สวยงาม วัดธาตุฝุ่นอาจไม่มีความสนใจในแง่ของประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นวัดที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2538 ด้วยเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาชาวฝรั่งเศส ชื่อ นาย ปาสคาล โกเยอร์ มูลค่าสูงถึง 950,000 U$ ด้วยต้องการรักษาเอกลักษณ์ของวัดโดยใช้เครื่องมือและวัสดุก่อสร้างใหม่ แต่คงแบบสอบสถาปัตยกรรมลาวแท้ มีการก่อสร้างอุโบสถ (คนลาวเรียก “สิม”) ที่ใหญ่โต ตามซุ้มประตู หน้าต่าง มีลายแกะสลักปูนปั้นเรื่องราวพุทธประวัติตามความเชื่อของลาวที่วิจิตรสวยงาม ด้านหลังยังมีพระธาตุเก่าแก่ที่เชื่อว่าเป็น พระธาตุของพระอรหันต์ (เมืองหลวงพระบาง)

พระธาตุหลวง (พระทาดหลวง) เวียงจันทน์

พระธาตุหลวง (พระทาดหลวง) เวลาเปิด-ปิด 8-12.00, 13-16.00 น. ค่าเข้าชม 5,000 K

                       เปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คของเมืองและสัญลักษณ์ของประเทศ นักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติใดศาสนาใดแล้ว ถ้าเดินทางมาเวียงจันทน์ พลาดไม่ได้กับการเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์คู่บ้านเมืองที่เป็นมหาบูชาสถานที่ชาวลาวจากทั่วประเทศและทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะได้มากราบไหว้บูชาสักครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อเร็วๆ นี้มีรายการสารคดีแนวสะท้อนชีวิตของเมืองไทย ออกอากาศตอน “ศรัทธาแห่งชีวิต” ที่ถ่ายทอดความรู้สึกถึงความยึดมั่นในพุทธศาสนาอย่างเหนี่ยวแน่นและประเพณีอันดีงาม ในงานบุญธาตุหลวง (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม พระธาตุ      ลวงพระบาง  มีชื่อเต็มว่า     “พระโลกาจุฬามณี” ตามตำนานเล่าว่า คณะผู้เผยแผ่ศาสนาพุทธของพระเจ้าอโศกราช จากอินเดีย เดินทางมาถึงดินแดนแห่งนี้ เมื่อประมาณ 200 กว่าปี หลังพระพุทธเจ้าเสด็จสวรรคต โดยสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสาริกธาตุ ส่วนหน้าอกไว้ให้ชาวเมืองสักการบูชา จากหลักฐานของเวลาก่อสร้างครั้งแรกในสมัยเขมรไม่แน่ชัดระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-13 ด้วยดารสร้างเป็นเจดีย์ตามแบบขอม ภายหลัง   พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงย้ายราชธานีมาที่เวียงจันทน์ จึงสั่งให้รื้อของเดิมออกและสร้างตามแบบศิลปะลาว ล้านช้างในปี พ.ศ. 2109 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี จึงแล้วเสร็จ ในสมัยเจ้าอนุวงศ์ ทรงสร้างส่วนกำแพงและระเบียงคตเพิ่มเติม ด้วยกาลเวลาและผ่านการทำลายจากสงคราม โดยถูกทิ้งร้างมานานจนสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส พ.ศ. 2427-2478 ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ตามแบบเดิมจากภาพวาดของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่เคยเดินทางมาพบ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว(หลวงพระบาง) เมื่อแรกเห็นจากประตูทางเข้าองค์พระธาตุเป็นเจดีย์สีทองเหลืองอร่าม ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เพื่อระลึกถึงผู้สถาปนากรุงเวียนจันทน์และสร้างพระธาตุหลวงแก่ชาวลาวแห่งนี้ องค์พระธาตุมีลักษณะคล้ายปิรามิด มีความสูง 45 เมตร ประกอบด้วยฐาน ความกว้าง 68 x 69 เมตร ประดับด้วยปูนปั้นรูปกลีบดอกบัว 120 กลีบกับเสมา 288 ใบฐานส่วนบนสุดกว้าง 30 x 30 เมตร ประดิษฐานองค์เจดีย์บริวา 30 องค์ เปรียบเสมือนพระอรหันต์ที่จุติขึ้นมาบนโลก ทั้ง 4 ด้านขององค์พระธาตุยังมีระเบียงคต (คนลาวเรียก “หอไหว้”) สำหรับมากราบไหว้สวดมนต์ นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของพระธาตุ ยังมีวัดใหญ่ 2 วัด คือ วัดธาตุใต้ และวัดธาตุเหนือ ที่ใช้เป็นที่ประทับพระสังฆราชของลาวอีกด้วย ลานกว้างด้านหน้าถัดไปไม่ไกล เป็นสภาแห่งชาติและอนุสาวรีย์ ทหารนิรนามเป็นเจดีย์สีขาวตั้งตระหง่านอยู่